 |
ปัญหาราคาโคเนื้อตกต่ำเกิดจากสาเหตุอะไร เกิดจากจำนวนโคมีมากเกินไปหรือไม่ |
 |
ราคาโคเนื้อตกต่ำไม่เกี่ยวข้องกับปริมาณโคเนื้อมากเกินไป โคเนื้อไม่ได้ล้นตลาดแต่เนื้อโคล้นตลาดสาเหตุเกิดจาก ปัญหาเนื้อเถื่อนแช่แข็งที่มีการลักลอบนำเข้าจากต่างประเทศ เช่น ประเทศอินเดียตามการคาดการณ์น่าจะมีการลักลอบนำเข้าเนื้อเถื่อนเดือนละประมาณ 3,000 ตัน (100 ตัน/วัน) |
 |
การใช้ยีสต์มีชีวิตในสัตว์เคี้ยวเอื้องมีผลดีอย่างไร |
 |
ผลิตภัณฑ์ยีสต์มีหลายชนิดที่ให้ประสิทธิภาพที่สุดคือ ยีสต์คัลเจอร์ ซึงเป็นยีสต์ที่มีชีวิต และมีอาหารเลี้ยงยีสต์ เพื่อให้ยีสต์สามารถเพิ่มจำนวน และให้สารที่มีประโยชน์โดยยีสต์สร้างขึ้นจากขบวนการหมักของยีสต์ และการใช้ยีสต์มีชีวิตในสัตว์เคี้ยวเอื้องมีประโยชน์ดังนี้
1. กระตุ้นการเจริญของจุลินทรีย์ในการะเพาะหมัก เพื่อเพิ่มการย่อยได้ของอาหาร และเพิ่มโภชนะ
2. ทำให้ pH ในกระเพาะหมักคงที่ เพื่อคงสภาพของกระเพาะหมักที่ดี และการทำงานของกระเพาะหมักให้มีประสิทธิภาพสูงสุด
3. เพิ่มการผลิตกรดไขมันระเหยได้ มีผลต่อปริมาณน้ำนม และการเจริญของกล้ามเนื้อ |
 |
การควบคุมกระบวนการผลิต ประกอบด้วยอะไรบ้าง |
 |
1.ทุกขั้นตอนการผลิตต้องมีการควบคุม (ตั้งแต่ตรวจรับวัตถุดิบจนถึงขนส่ง)
1.1 วัตถุดิบต้องมีคุณภาพดีสะอาด เหมาะสำหรับการผลิต
1.2 ภาชนะ และอุปกรณ์ที่ใช้ในการผลิต ต้องอยู่ในสภาพที่เหมาะสม และไม่ปนเปื้อน
1.3 น้ำที่ใช้ต้องสะอาด
1.4 ต้อมีการป้องกันการปนเปื้อนตลอดสายการผลิต
1.5 ดำเนินการผลิตภายใต้สภาวะที่เหมาะสม
2. มีการบันทึก และรายงาน
2.1 ผลการตรวจวิเคราะห์ผลิตภัณฑ์
2.2 ชนิด และปริมาณการผลิต |
 |
ทำไมต้องมุ่งเน้นความสำคัญในการบำรุงตับในแม่สุกร |
 |
เนื่องจากแม่พันธุ์ต้องอยู่ในฟาร์มอีกนาน การอยู่นานนี้เอง แม่สุกรจะได้รับยา และสารเคมีมากทำให้ตับทำงานหนัก และเซลล์ตับได้รับความเสียหาย อีกทั้งแมสุกรยังเป็นตัวให้ผลผลิตกับทางฟาร์ม การเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีความปลอดภัย และสามารถมีสรรพคุณบำรุงตับได้อย่างชัดเจน และวัดผลออกมาได้น่าจะเป็นสิ่งที่สำคัญ ตัวอย่างเช่น ผลิตภัณฑ์สารสกัดสมุนไพรเพื่อบำรุงตับที่มีสาระสำคัญมุ่งเน้นเกี่ยวกับการทำงานของตับให้ดีขึ้น โดยวัดผลได้จากค่าเอนไซม์ AST ก่อน และหลังการใช้ผลิตภัณฑ์ และสามารถทำให้ค่าเอนไซม์ AST กลับมาอยู่ในช่วงปกติ ซึ่งผลที่เซลล์ตับดีขึ้นนี้เองนำไปสู่ การเพิ่มประสิทธิภาพผลผลิตในส่วนของจำนวนลูกแรกคลอดมีชีวิต น้ำหนักหย่านม จำนวนลูกหย่านม ที่ดีขึ้นตามมา |
 |
ข้อกำหนดของ GMP ในหัวข้อเรื่อง การจัดการเครื่องจักร เครื่องมือ และอุปกรณ์ต้องพิจารณาอะไรบ้าง |
 |
ต้องพิจารณาในส่วนของ
1. ภาชนะหรืออุปกรณ์ในการผลิตที่สัมผัสกับอาหาร ต้องทำจากวัสดุที่ไม่ทำปฏิกิริยากับอาหารจนเป็นอันตรายต่อผู้บริโภค
2. ภาชนะหรืออุปกรณ์ต้องทำจากวัสดุทำความสะอาดง่าย และไม่ทำให้เกิดปฏิกิริยาที่ก่อให้เกิดอันตราย
3. การออกแบบติดตั้งเครื่องมือ เครื่องจักร และอุปกรณ์ ต้องคำนึงถึงการปนเปื้อนที่อาจจะเกิดขึ้นรวมทั้งความสะดวกในการเข้าทำความสะอาด
4. เครื่องมือ เครื่องจักร และอุปกรณ์ในการผลิตต้องเพียงพอต่อการปฏิบัติงาน |
 |
ฟาร์มเคยประสบปัญหาโรคเอพีพีระบาดในฟาร์ม อยากถามความคิดเห็นว่าจะทำวัคซีนโรคเอพีพีจะดีหรือไม่ มีแนวทางในการป้องกันอย่างไร |
 |
โรคเอพีพี เป็นโรคที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย Actinobacillus pleuropneumoniae สามารถใช้โปรแกรมยาปฏิชีวนะในการป้องกันโรคได้สำหรับการใช้วัคซีนโรคเอพีพี ยังให้ผลไม่น่าพอใจนัก เนื่องจากวัคซีนเอพีพีมีประสิทธิภาพในการลดอาการทางคลินิก และลดรอยโรคที่เกิดได้ แต่วัคซีนไม่มีประสิทธิภาพในการลดการติดเชื้อ หรือการเพิ่มจำนวนของเชื้อ เพราะฉะนั้นแม้ไม่มีการแสดงอาการของโรคชัดเจน แต่สุกรยังสามารถติดเชื้อเอพีพีได้
สำหรับยาที่ใช้สำหรับป้องกัน และรักษาโรคเอพีพี ได้แก่ อะม๊อกซิซัลลิน,เตต้าไซคลิน,ด๊อกซี่ซัยคลิน,เซฟฟาโลสปอริน เป็นต้น |
 |
การเลือกใช้เอนไซม์ในอาหารสัตว์ควรคำนึงถึงอะไรบ้าง |
 |
จะขอบอกคำกล่าวจาก ดร.เสกสม อาตมางกูร (2544) ว่า การเสริมเอนไซม์ในอาหารสัตว์ถึงแม้ว่าโดยทฤษฏีจะก่อให้เกิดประโยชน์แก่ตัวสัตว์มากก็ตาม แต่ก็มีข้อควรระวังในการปฏิบัติเช่นกัน
1. ต้องรู้ว่าเอนไซม์ที่จะใช้นั้นมีเอนไซม์อะไรบ้างเป็นองค์ประกอบ และมีอยู่ในปริมาณเท่าไร
2.ต้องรู้องค์ประกอบของอาหารว่ามีสารที่เอนไซม์สามารถย่อยได้อยู่มากน้อยเท่าไร
3. เนื่องจากเอนไซม์มีความสามารถในการทำงานขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม จึงควรรู้คุณสมบัติของเอนไซม์ที่จะใช้ว่าชอบทำงานในสภาพแวดล้อม (ความเป็นกรด - ด่าง) อย่างไร
4. เนื่องจากเอนไซม์เป็นสารโปรตีนจึงถูกสลายโครงสร้างได้ด้วยความร้อน ดังนั้นต้องรู้ว่าเอนไซม์ที่จะใช้นั้นมีคุณสมบัติในการทนต่อความร้อนที่เกิดขึ้นในขบวนการผลิตออาหารหรือไม่
5. ราคาเอนไซม์คุ้มค่าต่อการเพิ่มประสิทธิภาพของอาหารหรือไม่
เอกสารอ้างอิง
เอกสม อาตมางกูร. 2544 เทคนิคการผลิตอาหารสัตว์ขั้นสูง. เอกสารประกอบการฝึกอบรมเทคนิคผลิตอาหารขั้นสูง. ภาควิชาสัตวบาล คณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กำแพงแสน นครปฐม. |
 |
ฟาร์มเจอปัญหาแม่พันธุ์แท้งโดยไม่ทราบสาเหตุ ส่งตรวจไม่พบการติดเชื้อพีอาร์อาร์เอส หรือพาร์โวไวรัส พบมีการแท้งในช่วงอายุ และตรวจสอบอาหารก็ไม่มีสารพิษจากเชื้อราในระดับที่สูงเกินมาตราฐาน จึงอยากเรียนปรึกษาว่าน่าจะมีสาเหตุอะไรอีกบ้างทีทำให้เกิดการแท้งของแม่สุกร |
 |
ถ้าตัดประเด็นการแท้งจากสาเหตุของเชื้อไวรัสเช่น พีอาร์อาร์เอส, พาร์โวไวรัสหรือสาเหตุจากสารพิษจากเชื้อรากลุ่มซีราลีโนน (Zearalenone) ออกไปแล้ว สาเหตุอื่นๆ ที่อาจเป็นไปได้มีดังนี้
1. โรคแลปโตสโปโรซิส (Leptospirosis) พาหะที่สำคัญคือ หนู รักษาได้โดยการใช้ยากลุ่ม Tetracycline, กลุ่ม Penicillin และTamulin ผสมในอาหาร
2. โรคทริปปาโนโซโมซิส (Trypanosomosis) พาหะที่สำคัญคือ เหลือบ และแมลงดูดเลือดอื่นๆ รักษาได้โดยการใช้ยา diminazene aceturate
3. สาเหตุจากการจัดการที่ไม่ดี
4. ความร้อน เช่น แดดส่อง เป็นต้น |
 |
ในระบบคุณาภพ GMP หัวข้อ 1 สถานที่ตั้ง และอาคารผลิต กล่าวถึงอะไรบ้าง |
 |
1.สถานที่ตั้งและอาคาร ต้องอยู่ในที่ที่ไม่ทำให้อาหารที่ผลิตเกิดการปนเปื้อนได้ง่ายน้ำไม่ขัง ห่างไกลจากสถานที่น่ารังเกียจ
2. อาคารผลิตมีขนาดเหมาะสม มีการออกแบบ และก่อสร้างด้วยวัสดุที่คงทน เรียบทำความสะอาด และสะดวกในการปฏิบัติงาน และซ่อมแซม มีการแบ่งแยกพื้นที่ในการผลิตอย่างชัดเจน |
 |
คุณรู้ไหมว่า ระบบ GMP ของกรมปศุสัตว์กับของ อย. ต่างกันอย่างไร |
 |
ระบบมาตรฐาน GMP ของกรมปศุสัตว์จะครอบคลุมข้อกำหนด 8 หัวข้อ แต่ของ อย. ครอบคลุมข้อกำหนด 6 หัวข้อ ดังนี้
1. สถานที่ตั้ง และอาคารผลิต
2. การผลิตขั้นต้น
3. เครื่องจักร เครื่องมือ และอุปกรณ์
4. การควบคุม กระบวนการผลิต
5. การบำรุงรักษา และการทำความสะอาด
6. บุคคลากร และสุขลักษณะของผู้ปฏิบัติงาน โดยต้องเพิ่มอีก 2 หัวข้อ สำหรับกรมปศุสัตว์คือ
1. การขนส่ง
2. การฝึกอบรม
อย่างไรก็ตามแม้ที่เจ้าหน้าที่ของข้อกำหนดจะแตกต่าง แต่เนื้อหาก็ใกล้เคียงกันโดยทาง อย. จะรวมเนื้อหาบางข้อกำหนดที่ไม่มีมารวมไว้ในข้อกำหนดที่ตั้งไว้ ดังนั้นเนื้อหาโดยรวมจะไม่แตกต่างกัน |
 |
UGF ใน N-FAC 1000 คืออะไร มีความสำคัญอย่างไร |
 |
UGF คือ Unidentified Growth Factors ซึ่งมีส่วนสำคัญทำให้สัตว์เจริญเติบโตได้ดีขึ้น แต่ยังไม่ทราบกลไกการทำงานที่แน่ชัด และ UGF ใน N-FAC 1000 มีมากกว่า Fish Soluble ที่มีความชื้น 50 % ได้สูงถึง 2 เท่า และมีมากกว่าปลาป่น 12 เท่า ทำให้ N-FAC 1000 สามารถทดแทนปลาป่นได้ โดยคำนวณสูตรอาหารพลังงานให้สมดุล และคุณค่าของสูตรอาหารใกล้เคียงของเดิม แต่จะมี UGF ที่มีมากขึ้น จนสามารถพิสูจน์ได้ถึงผลการใช้ที่ดีขึ้น |
 |
สุกรเล็กมีอาการไอกระแทก มีเลือดออกทางจมูก และตายอย่างฉับพลันน่าจะเกิดจากสาเหตุใดได้บ้าง และควรแก้ไขอย่างไร |
 |
จากอาการข้างต้นปัญหานี้น่าจะเกิดได้จากโรค เอ พี พี (Actirobacillus pleuropneumonia) แนวทางในการแก้ไขทำได้โดย การฉีดยาปฏิชีวนะในสุกรที่ป่วย โดยใช้ยากลุ่มเซฟาโลสปอริน, อะมอกซีซัลลิน, คลอเตตร้าซัยคลิน, ไทโลซิน และในส่วนสุกรตัวอื่นในฝูงให้ผสมยาปฏิชีวนะในอาหาร โดยใช้ยากลุ่มเดียวกันที่แนะนำมาข้างต้นมีการแยกสุกรป่วยออกจากฝูง และใช้ยาฆ่าเชื้อทำความสะอาดคอก เพื่อลดจำนวนเชื้อภายในคอก |
 |
ฟาร์มของผมเลี้ยงโคบนพื้นปูน มักพบปัญหาโคเนื้อของผมมีอาการขาเจ็บ โดยเฉพาะโคที่มีน้ำหนักมากๆ อยากทราบว่าควรจะรักษา และแก้ไขอย่างไร |
 |
ในกรณีการักษาดูตามอาการ ถ้ามีการบวมอาจให้ยาแก้อักเสบ เช่น เด็กซาเม็ททาโซน (Dexamethasone) หรือถ้ามีแผลให้ทำแผล และใส่ยา ควรย้ายโคไปอยู่ในคอกดิน หรือคอกที่มีพื้นไม่แข็ง
ส่วนการแก้ไขระยะยาว คือการตรวจสอบสภาพโรงเรือน และหาสาเหตุการเกิดอาการเจ็บขาว่าเกิดจากคอกลื่นหรือไม่ หรือเกิดจากปัญหาพื้นคอกแข็งเกินไป
ดังนั้น แนวทางในการแก้ไข คื ควรปรับสภาพคอกให้เป็นแบบผสมมีทั้งพื้นที่แข็ง และบริเวณที่เป็นพื้นดินหรืออาจแก้ไขเฉพาะโคที่มีน้ำหนักมากให้ย้ายมาเลี้ยงในคอกดิน และมีการรักษาความสะอาดภายในคอกสม่ำเสมอ เพื่อลดสิ่งแปลกปลอมที่อาจทำให้เกิดการเจ็บขาได้ |
 |
ต้องการจะซื้อวัวมาขุนขายควรทำอย่างไรดี |
 |
อันดับแรกควรจะสำรวจตลาดที่เราจะขายก่อนว่ามีผู้ซื้อหรือไม่ และตลาดส่วนใหญ่ต้องการคุณภาพวัวเนื้ออย่างไร ต้องการวัวตัวใหญ่หรือวัวตัวเล็ก และมีกำลังการซื้อเท่าไหร่ เมื่อดูชัดแล้วก็ซื้อวัวตามความต้องการของตลาด และขุนให้ได้น้ำหนักตามที่ตลาดต้องการ ส่วนในเรื่องของคอกหรือพื้นที่ในการเลี้ยงวัวควรใช้ต้นทุนที่น้อยที่สุด จงนึกให้เสมอว่าวัวเท่านั้นที่สร้างรายได้ให้กับเรา
ดังนั้นส่วนอื่นๆ เช่นคอกควรลงทุนให้น้อยที่สุดให้เรามีกำไรดีๆ แล้วค่อยสร้างถาวร ถ้าจะยึดเป็นอาชีพหลัก ควรจะเอาเงินไปซื้อวัว และอาหารเลี้ยงวัวดีๆ ดีกว่า แต่ในส่วนของการซื้ออาหารควรให้วัวกินอาหารที่มีคุณภาพไม่ว่าจะเป็นอาหารแห้ง หรืออาหารหยาบ (เช่นหญ้าแพงโกล่า ถ้าปลูกเอาได้ก็จะดีช่วยประหยัดต้นทุนแต่ต้องใช้พื้นที่ และน้ำมาก)
ให้วัวกินอะไรคุณภาพที่ได้ หรือผลผลิตก็นเป็นเช่นั้นนะครับ และวัวที่จะซื้อเข้ามาขุนต้องดูต้นทุนประกอบด้วย เช่น มีเงินพอที่จะซื้อวัวได้ 20 ตัว ควรที่จะทยอยซื้อเดือนละ 5 ตัว สำหรับขุนเพื่อกระจายความเสี่ยงทั้งในเรื่องราคา และคุณภาพของวัวที่ซื้อได้ในแต่ละเที่ยว (ในกรณีเลี้ยงวัว 4 เดือนขาย) และอย่าเผลอเอาเงินไปซื้อวัวหมดนะครับควรจะเหลือไว้ซื้ออาหารบ้างนะ ค่าอาหารวัวทุกวันนี้แต่ละที่ล้วนแต่ผลิตอาหารที่มีคุณภาพมากขึ้น เมื่อให้วัวกินแล้วโตไว ขายไว ดังนั้น ราคาก็สูงขึ้นตามไปด้วย |
 |
ทำไมช่วงนี้สภาวะราคาโคเนื้อจึงมีราคาที่ถูกกว่าเดิมมาก และไม่ค่อยมีผู้ซื้อมาซื้อมากๆเหมือนก่อน |
 |
ตอบได้หลายประเด็นครับ
- เป็นไปได้หรือไม่ว่าในปีนี้ผู้ซื้อโค มีการคุยปรึกษาราคากันได้
- เป็นไปได้หรือไม่ว่าเกษตรกรที่เลี้ยงโครายย่อย พยายามเทขายโคออกแม้จะได้ราคาถูกเพราะค่าที่สูญเสียโดยรวมจากส่วนต่างไม่มาก แต่จะส่งผลมากในฟาร์มขนาดกลางถึงใหญ่เนื่องจากส่วนต่างจะหายไปมากหรือเทียบกับจำนวนโคที่มากตัวกว่า
- เป้นไปได้หรือไม่ว่าฟาร์มรายใหญ่บางแห่ง ผลิตโคเนื้อที่มีคุณภาพต่ำไม่ตรงกับความต้องการ และผู้ซื้อเอาไปทำกำไรน้อย ส่งผลให้ผู้ซื้อหรือผู้รับโคกดราคา และส่งผลถึงรายย่อยไปด้วย
|
 |
กรดอินทรีย์มีกลไกการทำงานอย่างไรต่อแบคทีเรีย และเชื้อรา |
 |
ปกติการเจริญเติบโตของแบคทีเรีย หรือเชื้อรา จะเจริญเติบโตได้ดีที่ระดับความเป็นกรด-ด่างค่อนข้างแน่นอน เช่น แบคทีเรียจะเติบโตได้ดีที่ค่า pH เท่ากับ 6.0-7.5 ส่วนเชื้อราจะเติบโตได้ดีที่ค่า pH เท่ากับ 4.5-5.5 ค่า pH อยู่ในช่วงที่ต่ำหรือสูงกว่าค่าที่เหมาะสมจะส่งผลต่อการเจริญเติบโตของแบคทีเรียและเชื้อราโดยตรงรดอินทรีย์สามารถแทรกผ่านผนังเซลล์เข้าไปในเซลล์ของแบคทีเรียได้ โดยเฉพาะกรดอินทรีย์สายโซ่สั้น การเข้าสู่ภายในเซลล์ของแบคทีเรียซึ่งมีสภาพเป็นกลางมีผลทำให้กรดอินทรีย์มีการแตกตัวได้ส่วนของแอนไอออน (RCOO-) และส่วนของโปรตอน (H+) ทำให้สภาวะภายในเซลล์ของแบคทีเรียมี H+ อยู่มาก แบคทีเรียจะต้องใช้พลังงานมากในการกำจัด H+ ออกจากเซลล์ บางครั้งมีผลทำให้แบคทีเรียตายได้ นอกจากนั้นแล้วส่วนของแอนไอออนของกรดจะไปรบกวนการสังเคราะห์สารพันธุกรรม (DNA) ที่จำเป็นในการขยายเผ่าพันธุ์ของจุลินทรีย์ทำให้สามารถควบคุมปริมาณจุลินทรีย์ในกลุ่มเป็นโทษได้
|
 |
ถ้าต้องการให้ลูกสุกรดูดนมกินอาหารได้เร็วควรทำอย่างไร |
 |
สามาถทำได้โดยทำอาหารให้อยู่ในรูปของเหลว (Liquid Feed) เพื่อให้สุกรกินอาหารได้ง่าย เนื่องจากธรรมชาติของสุกรดูดนมเคยกินแต่นมแม่เพียงอย่างเดียว ซึ่งนมแม่เป็นของเหลว ดังนั้นการจะเปลี่ยนอาหารจากของเหลวเป็นอาหารเลียรางซึ่งเป็นของแข็งทันที ลูกสุกรจะปรับตัวได้ยากและกินอาหารเลียรางได้น้อย ดังนั้นถ้าใช้อาหารเหลวซึ่งกินง่ายกว่า ลูกสุกรจะสามารถกินอาหารได้ดีขึ้น นอกจากนี้อาหารเหลวยังช่วยกระตุ้นการพัฒนาของระบบลำไส้ได้ดีกว่าอาหารชนิดแข็ง อาหารเหลวที่ใช้ก็ควรมีส่วนประกอบของนมในปริมาณสูงเพื่อกระตุ้นการกินได้ดีขึ้น และนมเป็นโปรตีนที่ใช้ประโยชน์ได้เหมาะสำหรับลูกสุกร |
 |
มีปัจจัยอะไรบ้างที่จะทำให้ระบบ 5 ส ประสบความสำเร็จ |
 |
มีทั้งหมด 8 ปัจจัย คือ
1.ผู้บริหารต้องให้ความสำคัญและให้การสนับสนุนอย่างอย่างจริงจัง
2. ทุกคนต้องมีส่วนร่วม
3. ผู้บริหารทุกระดับต้องทำหน้าที่เป็นแกนนำในการทำกิจกรรม
4. ทุกฝ่ายต้องให้ความร่วมมือ
5. ต้องมีกิจจรรมเพื่อกระตุ้นระบบเป็นระยะ
6. ผู้บริหารระดับสูงควรตรวจผลการดำเนินงานเป็นระยะ
7. การเริ่มต้นกิจกรรมต้องทำโดยพร้อมกันอย่างจริงจัง
8. กิจกรรม 5 ส สามารถทำควบคู่ไปกับกิจกรรมเพื่อปรับปรุงอื่นๆ |
 |
การใช้สารให้ความเป็นกรดทำไมต้องคำถึงค่า pKa |
 |
ค่า pka เป็นค่าการแตกตัวของกรด ถ้าค่า pKa เท่ากับ pH กรดจะแตกตัว 50 เปอร์เซ็นต์ และกรดจะไม่แตกตัว 50 เปอร์เซ็นต์ ถ้าค่า pH ต่ำกว่าค่า pKa กรดจะอยู่ในรูปี่ไม่แตกต่างหรือแตกตัวน้อย การทีกรกอินทรีย์ไม่แตกตัว หมายความว่ากรดสามารถซึมผ่านผนังเซลล์ของจุลินทรีย์ก่อให้เกิดโรคเข้าไปแตกตัวภายในเซลล์จุลินทรีย์ ส่งผลต่อการดำรงอยู่ของจุลินทรีย์ก่อโรค ทั้งนี้สภาพระบบทางเดินอาหารของสัตว์จะมีระดับ pH ที่แตกต่างกันออกไป ถ้าต้องการเลือกสารให้ความเป็นกรดผสมในอาหารสัตว์ควรเลือกผลิตภัณฑ์มีค่าของ pKa ที่หลากหลายหรือมีค่า pKa หลายค่า |
 |
5 ส. คืออะไร |
 |
คือแนวคิดการจัดระเบียบเรียบร้อยในสถานที่งาน เพื่อก่อให้เกิดสภาพการทำงานที่ดีปลอดภัย มีระเบียบเรียบร้อย อันะจะนำไปสู่การเพิ่มผลผลิตที่สูงขึ้น ประกอบไปด้วย 5 หลักคือ
1. สะสาง
2. สะดวก
3. สะอาด
4. สุขลักษณะ
5. สร้างนิสัย |
 |
ถ้าแม่สุกรเลี้ยงลูกมีปัญหาไม่มีน้ำนมเลี้ยงลูกจะแก้ไขปัญหาอย่างไร |
 |
หานมละลายน้ำสำหรับลูกสุกรมาละลายเสริมให้ลูกสุกรกิน พร้อมด้วยกระตุ้นให้ลูกสุกรกินอาหารเลียรางได้ไวขึ้น โดยการใช้น้ำนมใส่ในอาหารเลียรางกระตุ้นการกินอาหาร หรืออาจใช้อาหารเหลวเพื่อให้ลูกสุกรกินอาหารได้ดีขึ้น ส่วนในแม่สุกรมีการฉีดยาบำรุงพวกวิตามินรวม (Multivitamin) หรือคาลฟอส (Calphos) เพื่อบำรุงร่างกาย และกระตุ้นความอยากอาหาร |
 |
การใช้วิตามินรวม (Multivitamin) ชนิดฉีดกับโคควรใช้อย่างไร |
 |
ในแม่โคใช้ฉีดหลังคลอดประมาณ 10 ซีซี เพื่อกระตุ้นการทำงานของรังไข่ และบำรุงหลังคลอดอาจใช้ร่วมกับวิตามิน E+ ซีลีเนียมด้วยก็ได้ ใช้ฉีดบำรุงทั่วๆไป หรือในโคที่ป่วยไม่กินอาหาร ใช้ฉีดเพื่อบำรุงให้ร่างกายฟื้นต้วได้ไวขึ้น
|
 |
การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์สมุนไพรสำหรับสัตว์ ควรต้องมีการวางแนวทางอย่างรัดกุมอย่างไรบ้าง |
 |
1. เริ่มตั้งแต่การเก็บวัตถุดิบ ต้องทรบว่า สมุนไพรที่นำมาใช้ในการผลิตสัตว์นั้นจะใช้ส่วนใดของพืชสมุนไพร ควรเก็บเมื่ออายุเท่าได มีความแตกต่างของฤดูกาลในการเก็บเกี่ยวหรือไม่แหล่งที่มามีผลต่อความแตกต่างของปริมาณสารออกฤทธิ์หรือไม่ รวมทั้งการเก็บรักษาวัตถุดิบต้องมีความเหมาะสม
2. การวิเคราะห์หาสารออกฤทธิ์สำคัญของสมุนไพรที่ต้องการนำมาใช้ อาจมีสารประกอบสำคัญหลายชนิด จึงต้องมีการเลือกใช้อย่างจำเพาะเจาะจง
3. ควรมีการหาคำมาตรฐานความเข้มข้นของสารออกฤทธิ์ที่ต้องการนำมาใช้ |
 |
ยีสต์คัลเจอร์ (Yeast culture) คืออะไร |
 |
จะขอกล่าวถึงผลิตภัณฑ์ยีสต์ในท้องตลาดก่อนว่ามีด้วยกัน 3 ประเภท คือ ยีสต์ตาย (dead yeast) ยีสต์มีชีวิต (live yeast) และ ยีสต์คัลเจอร์ (yeast culture) แต่ผลิตภัณฑ์ยีสต์ที่กำลังให้ความสนใจในขณะนี้ คือ ยีสต์คัลเจอร์ โดยความหมายของยีสต์ และสารประกอบที่ยีสต์สร้างขึ้นในระหว่างการเจริญเติบโตในอาหารเลี้ยงเชื้อ ซึ่งนำมาให้แห้งด้วยวิธีการที่ยังคงความสามารถของกิจกรรมทางชีวภาพของยีสต์เอาไว้ |
 |
GMP คืออะไร |
 |
GMP เป็นหลักการในการผลิตอาหารที่ดี มาจากคำว่า Good Manufacturing Practice ซึ่งเป็นหลักการจัดการความสะอาด การเตรียมวัตถุดิบ ขบวนการผลิตตลอดจนการเก็บรักษา และการขนส่ง โดยมีเนื้อหาด้านสุขลักษณะที่ดีครอบคลุมทั้งผู้ปฏิบัติงาน เครื่องมือ อุปกรณ์ และสถานที่ซึ่งมาตรฐาน GMP ในประเทศไทย ที่ได้รับการยอมรับจะเป็น GMP ตามมาตรฐาน CODEX ที่เป็นมาตรฐานสากลที่ได้รับการยอมรับจากนานาชาติ โดยมีข้อบังคับทั้งหมด 8 ข้อ (ซึ่งจะได้กล่าวต่อไปครั้งหน้า) |
 |
สุกรช่วงอนุบาล 2 (อายุ 6-8 สัปดาห์) จำเป็นต้องใช้ผลิตภัณฑ์จากนมหรือไม่ |
 |
แม้ลูกสุกรต้องการแหล่งอาหารจากนมโดยเฉพาะแลคโต๊สเพียง 6 สัปดาห์แรก แต่ในทางปฏิบัติแล้วนมผสมอาหารยังมีความจำเป็นต่อการเจริญเติบโตของลูกสุกรในช่วงอนุบาล 2 อยู่พอสมควร โดยมีความจำเป็นในหลายๆด้านเช่น
- เป็นแหล่งอาหารที่คุ้มค่า เพราะให้ทั้งโปรตีน แลพลังงานที่เหมาะสมกับลูกสุกร
- มีแหล่งโปรตีนที่สามารถกระตุ้นภูมิคุ้มกันได้ดี
- ช่วยในการพัฒนาของลำไส้ลูกสุกรให้มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง |
 |
การเสริมยีสต์ในอาหารโค ช่วยอะไรได้บ้าง |
 |
การเสริมยีสต์เข้าไปในอาหารโค สามารถเพิ่มประโยชน์มากมาย ได้แก่
1. เพิ่มปริมาณการกินอาหารหยาบ
2. เพิ่มประสิทธิภาพการย่อยของอาหารหยาบ เยื่อใย ไนโตรเจน ได้มากขึ้น
3. ช่วยให้จุลินทรีย์ในกระเพาะหมักดำรงชีวิตอยู่อย่างปกติ
4. ทำให้กระเพาะหมักมีค่า pH ที่เหมาะสมสำหรับแบคทีเรียที่ใช้เซลลูโลส (cellulolytic bacteria) ให้เจริญเติบโตได้ดีขั้น 30-50 %
5. ลดการท้องอืด (bloat)
6. ลดภาวะกรด (acidosis) |
 |
พรีไบโอติกศ์ (prebiotics) แตกต่างจากโพรไบโอติกส์ (probiotics) อย่างไร และมีประโยชน์อย่างไร |
 |
พรีไบโอติกส์ (prebiotics) หมายถึง สารอาหารจำพวกคาร์โบไฮเดรตที่ไม่ถูกย่อยในระบบทางเดินอาหาร โดยเป็นอาหารสำหรับกลุ่มเชื้อจุลินทรีย์ที่เป็นประโยชน์ต่อลำไส้
พรีไบโอติกส์ ส่วนใหญ่จะเป็นพวกโอลิโกแซคคาไรด์ (oligosaccharide) ได้แก่เส้นใยพืช (dietary fiber) ที่ไม่สามารถย่อยได้ ซึ่งช่วยในการบีบรูดของลำไส้เพื่อการขับถ่าย นอกจากนั้น สารพวกโอลิโกแซคคาไรด์ยังเป็นตัวช่วยเสริมภูมิต้านทาน เพิ่มความแข็งแรงให้กับร่างกาย ตลอดจนให้สารตั้งต้นในการผลิตสารที่สำคัญภายในร่างกายด้วย
โพรไบโอติกส์ (probiotics) หมายถึง จุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ (โดยทั่วไปจะเป็นแบคทีเรีย หรือเชื้อราหรือยีสต์ก็ได้) ซึ่งเมื่อถูกเติมลงไปในอาหารแล้ว สามารถมีชีวิตอยู่เพื่อป้องกันการเกิดโรคต่าง ๆ โดยจะไปควบคุมปริมาณของเชื้อโรค จนเชื้อโรคไม่สามารถก่อให้เกิดโรคได้ |
 |
วัตถุดิบอาหารสัตว์ชนิดใดที่เสี่ยงต่อการพบสารพิษจากเชื้อราบ้าง |
 |
ปัญหาสารพิษจากเชื้อรา เป็นปัญหาที่สำคัญมาก การคัดเลือกวัตถุดิบอาหารสัตว์ที่ดีให้แก่สัตว์ จึงเป็นสิ่งที่มีความจำเป็นอย่างมาก วัตถุดิบอาหารสัตว์ที่พบการปนเปื้อนของสารพิษจากเชื้อรามีด้วยกันหลายชนิดดังนี้
สารพิษจากเชื้อราชนิด อฟลาทอกซิน พบได้ในข้าวโพด และกากถั่วเหลือง
สารพิษจากเชื้อราชนิด ซีราลีโนน พบได้ในรำ กากถั่วเหลือง ข้าวโพด และถั่ว
สารพิษจากเชื้อราในกลุ่ม T2 toxin พบได้ในกากถั่วเหลือง และถั่ว
สารพิษจากเชื้อราชนิด ฟูโมนิซิน พบได้ในข้าวโพด |
 |
การตรวจการทำงานของตับ ตรวจได้อย่างไร |
 |
การตรวจการทำงานของตับ ทำได้โดยการตรวจหาสารที่เซลล์ตับสร้างขึ้น คือเอนไซม์ Aspartate aminotransferase (AST หรือ SGOT) และเอนไซม์ Alanine aminotransferase (ALT หรือ SGPT) ในภาวะที่ตับทำงานปกติจะมี AST หรือ SGOT และ ALT หรือ SGPT ระดับต่ำมากในกระแสเลือด แต่ถ้าตับทำงานผิดปกติ ซึ่งจะเกิดขึ้นด้วยสาเหตุใดก็ตาม เช่น เป็นโรคเกี่ยวกับท่อน้ำดี ตับอักเสบ ตับแข็ง และมะเร็งตับ จะทำให้ AST หรือ SGOT และ ALT หรือ SGPT ในกระแสเลือดสูงมากขึ้น ซึ่งเป็นตัวบ่งบอกว่าเซลล์ตับกำลังมีการอักเสบหรือแตกสลายอยู่ จึงทำให้เอนไซม์ตับซึ่งปกติจะอยู่แต่ภายในเซลล์ตับเท่านั้น หลุดลอดออกมาอยู่ในกระแสเลือดมากขึ้น |
 |
ค่าพลังงานที่ส่งวัตถุดิบไปตรวจวิเคราะห์สามารถนำมาใช้คำนวณในสูตรอาหารได้หรือไม่ |
 |
ค่าพลังงานที่ส่งวัตถุดิบไปตรวจจะเป็นค่าพลังงานรวมทั้งหมดที่มีในอาหาร (Gross energy, GE) ซึ่งสัตว์ไม่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ทั้งหมด ทำให้การประเมินค่าพลังงานยังไม่ชัดเจน ทางนักโภชนศาสตร์จึงได้กำหนดค่าพลังงานที่ใช้ในกระบวนการแทบอลิซึม (Metabolizable Energy, ME) อันเป็นค่าที่ได้จากการนำพลังงานรวมทั้งหมดในอาการมาหักลบพลังงานจากมูล และปัสสาวะของสัตว์ ซึ่งค่า ME ที่ได้มีความชัดเจนและได้การยอมรับให้นำมาใช้ในการคำนวณสูตรอาหารเพื่อใช้ พิจารณาค่าพลังงานในอาหาร ดังนั้นในปัจจุบันค่าที่วิเคราะห์โดยการส่งตรวจที่เป็น GE จึงเป็นค่าที่ไม่นิยมนำมาใช้ในการคำนวณสูตรอาหารในปัจจุบัน |
 |
วิธีการลดอัตราการย่อยสลายของโปรตีนจากอาหารภายในกระเพาะหมักมีกี่วิธี |
 |
สามารถแบ่งวิธีการลดอัตราการย่อยของโปรตีนจากอาหารภายในกระเพาะหมักหรือการทำ By-pass protein ได้ 2 ประเภทใหญ่ๆ คือ
1. การลดอัตราการย่อยสลาย โดยวิธีป้องกันไม่ให้โปรตีนถูกจุลินทรีย์ เข้ากระทำการย่อยสลายได้โดยง่าย ได้แก่ วิธีการที่ใช้ความร้อนหรือสารเคมี
2. วิธีการทำให้โปรตีนจากอาหารรอดพ้นจากการเข้าย่อยสลายของจุลินทรีย์ให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ โดยพยายามลดระยะเวลาที่อาหารจะตกค้างอยู่ภายในกระเพาะหมักให้ลดน้อยลงทำให้โอกาสที่จุลินทรีย์จะเข้าย่อยลดน้อยลงไปด้วย วิธีการประเภทนี้ได้แก่ การเปลี่ยนแปลงลักษณะทางกายภาพของอาหารและการชักนำให้เกิด Esophageal groove reflex |
 |
By-pass protein คืออะไร สำคัญต่อโคอย่างไร |
 |
การที่โปรตีน จากอาหารจำนวนหนึ่งถูกย่อยสลายภายในกระเพาะหมักมากเกินความต้องการของจุลินทรีย์ในการสังเคราะห์โปรตีนของจุลินทรีย์ทำให้มีการขับถ่ายออกนอกร่างกาย นับว่าเป็นการสูญเสียการใช้ประโยชน์ของโปรตีนจากอาหารจึงได้มีการพยายามลดการสูญเสียดังกล่าวโดยวิธีการลดอัตราการย่อยสลายของโปรตีนที่มีมากเกินไปภายในกระเพาะรูเมนของอาหารบางชนิดให้น้อยลงแต่จะต้องไม่ทำให้การสังเคราะห์โปรตีนจากจุลินทรีย์ที่จะเข้าทางเดินอาหารส่วนต่อไปลดน้อยลงด้วย จุดประสงค์อีกประการหนึ่งคือเป็นการป้องกันไม่ให้อาหารโปรตีนคุณภาพดีถูกจุลินทรีย์ย่อยสลายมากเกินไปโดยพยายามให้อาหารโปรตีนเหล่านี้ถูกดูดซึมในลำไส้เล็กโดยตรงซึ่งอาจเรียกได้ว่า By-pass protein สัตว์สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้สามารถที่จะใช้ By-pass protein เป็นแหล่งโปรตีนสำหรับสัตว์โดยตรงร่วมกับแหล่งไนโตรเจนราคาถูก เช่น ยูเรีย (Urea) ในระดับที่เหมาะสมสำหรับการสังเคราะห์โปรตีนของจุลินทรีย์เพื่อเป็นการลดต้นทุนด้านอาหารโปรตีนได้อีกทางหนึ่ง |
 |
ถ้าลูกสุกรดูดนมมีอาการท้องเสียควรแก้ไขอย่างไร |
 |
ควรให้ยาปฏิชีวนะในกลุ่มโคลิสติน (Colistin) , ฟัลฟา + ไตรเมทโทรพริม (Sulfa - trimethoprim) เพื่อรักษาอาการท้องเสียที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย และต้องตรวจสอบโปรแกรมการให้ยากันบิดแรกคลอดว่ามีการทำอย่างทั่วถึงหรือไม่ เพราะหากไม่มีการให้ยากันบิด สาเหตุท้องเสียอาจเกิดจากเชื้อบิดก็ได้ ในลูกสุกรที่อ่อนแออาจมีการเสริมวิตามินละลายน้ำเพื่อทำให้ลูกสุกรฟื้นตัวเร็วขึ้น ควรมีการเปิดไฟกกไว้ตลอดเวลาเพื่อเพิ่มความอบอุ่นแก่ลูกสุกร และลดการสูญเสียพลังงาน |
 |
บีเทน (betaine) ทำหน้าที่ในการกำจัดพิษที่เกิดขึ้นในร่างกายได้อย่างไร |
 |
เพราะในร่างกายจะมีสารพิษชนิด homcysteine เกิดขึ้นตลอดเวลาจากกระบวนเมแทบอลิซึม โดยที่ homocystene จะมีพิษต่อผนังเซลล์ของหลอดเลือด ซึ่งถือเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจ และโรคหลอดเลือดแดงอุดตัน "บีเทน" เป็นสารประกอบเคมีที่สามารถเปลี่ยน homocysteine ให้กลับเป็นกรดอะมิโนจำเป็น ชนิด methionine |
 |
การใช้โปรไบโอติค เป็นการกระตุ้นภูมิคุ้มกันแบบไม่จำเพาะทำให้ macrophage เพิ่ม แล้วจะมีผลต่อการแพร่กระจายของโรค PRRS หรือไม่ จากการที่ PRRS มี Target cell (เซลล์เป้าหมาย) อยู่ที่ Macrophage |
 |
การเพิ่มของ Macrophage ไม่เกี่ยวข้องกับโอกาสในการติดเชื้อ PRRS เนื่องจากร่างกายสัตว์มี Macrophage อยู่เป็นปกติอยู่แล้ว ถ้าเกิดการติดเชื้อ PRRS ไม่ว่าจะมี macrophage มากหรือน้อยก็สามารถทำให้เกิดการติดเชื้อ PRRS ไม่ว่าจะมี macrophage มากหรือน้อยที่สามารถทำให้เกิดการติดเชื้อ PRRS ได้ |
 |
การให้อาหารสุกรเลียรางควรเริ่มให้ช่วงใด เพราะอะไร |
 |
อาหารสุกรเลียราง ควรเริ่มให้กับสุกรที่มีอายุประมาณ 5-7 วัน เนื่องจากสุกรอายุ 10 วัน น้ำนมของแม่เริ่มจะไม่เพียงพอกับความต้องการของลูกสุกร และต้องมีการหัดกินอาหาร เพื่อพัฒนาระบบการย่อยอาหารได้ดีขึ้น |
 |
ทำไมต้องใช้พรีมิกซ์ที่มีอัตราแนะนำการใช้ 5 กก./ตันอาหาร? |
 |
แม้ในปัจจุบันมีการผลิตพรีมิกซ์ เพื่อจำหน่ายในหลายอัตราการใช้ แต่ตามปกติจะมีการผลิตในอัตรา 5 กก./ตันอาหาร เนื่องจากเป็นอัตราขั้นต่ำที่จะทำให้วิตามินและแร่ธาตุมีการกระจายตัวในอาหารได้ดีที่สุดซึ่งถ้าเป็นไปได้เราเลือกอัตราที่สูงกว่านี้ก็จะเป็นการดีต่อการกระจายตัว แต่จะไม่คุ้มค่ากับราคาที่จะต้องจ่ายเพิ่มขึ้น เนื่องจากมีค่าใช้จ่ายของสื่อและค่าผลิตตามมาด้วย แต่ถ้าเราอยากประหยัดต้นทุนก็จะหันมาใช้ในอัตราต่ำกว่า 5 กก./ตันอาหาร แต่การกระจายตัวของวิตามินและแร่ธาตุในอาหารจะกระจายตัวไม่ดี ซึ่งในกรณีนี้ที่มีผู้ซื้อพรีมิกซ์อัตราต่ำกว่า 5 กก./ตันอาหาร มาใช้ต้องทำการผสมสื่อก่อน (premixed) ให้ได้มีปริมาณที่มากกว่า 5 กก. เพื่อใช้ในอาหาร 1 ตัน แต่ต้องระวังเรื่องของสื่อที่ใช้ต้องไม่มีผลทำลายวิตามิน และขบวนการตีสื่อก่อนต้องมั่นใจว่าจะกระจายตัวได้ดี และเมื่อพิจารณาจากปัญหาดังกล่าวที่จะเกิดขึ้นผู้เขียนขอแนะนำว่าควรเลือกใช้พรีมิกซ์ที่มีอัตราแนะนำ 5 กก./ตันอาหารขึ้นไปน่าจะเหมาะสมที่สุด |
 |
การเสริมสมุนไพรในอาหารสัตว์ โดยเฉพาะในรูปแบบของสารสกัด โดยทั่วไปมีวัตถุประสงค์หลักๆ ถึง 5 ทางคือ |
 |
การเสริมสมุนไพรในอาหารสัตว์ โดยเฉพาะในรูปแบบของสารสกัด โดยทั่วไปมีวัตถุประสงค์หลักๆ ถึง 5 ทางคือ
1. ใช้เป็นสารเร่งการกิน และกระตุ้นน้ำย่อย
2. ใช้เป็นสารเร่งการเจริญเติบโต และกระตุ้นระบบสืบพันธุ์
3. ใช้เป็นสารควบคุมอนุมูลอิสระ
4. ใช้เป็นสารต้านจุลชีพ ควบคุมโรคและควบคุมเชื้อรา
5. ใช้เป็นสารควบคุมมลพิษ ซึ่งรวมทั้งกลิ่น และแก๊สแอมโมเนียจากมูลสัตว์ |
 |
วัคซีน พีอาร์อาร์เอส มีความจำเป็นที่จะต้องทำหรือไม่ ? ถ้าจำเป็นควรทำในสุกรช่วงไหน ? |
 |
ปัจจุบันวัคซีนพีอาร์อาร์อาร์เอส ทั้งเชื้อเป็น และเชื้อตายยังมีประสิทธิภาพในการคุ้มกันโรคที่ไม่ดี จากการศึกษาพบว่าวัคซีนพีอาร์อาร์เอส ไม่ช่วยในเรื่องการควบคุมเชื้อ และสุกรยังคงมีการแพร่เชื้อไวรัสได้อยู่ วัคซีนมีผลพียงลดรอยโรคและความรุนแรงของโรคได้ ดังนั้น วัคซีนพีอาร์อาร์เอสจึงไม่จำเป็นต้องใช้ในโปรแกรมประจำของฟาร์ม แต่อาจใช้เพื่อเพิ่มภูมิคุ้มกันในแม่สุกรทดแทนก็ได้ |
 |
จุลินทรีย์บำบัดน้ำเสียมีจริงหรือ? ทำงานอย่างไร |
 |
การบำบัดน้ำเสียมีอยู่ด้วยกันหลายวิธี แต่วิธีที่นิยมใช้คือ วิธีการบำบัดน้ำเสียด้วยวิธีทางชีวภาพ (Biological Wastewater Treatment) ซึ่งจะใช้สิ่งมีชีวิตเป็นตัวช่วยในการเปลี่ยนสภาพของเสียในน้ำให้อยู่ในสภาพที่ไม่ก่อให้เกิดปัญหามลพิษต่อแหล่งน้ำธรรมชาติ สิ่งมีชีวิตนั้นก็คือ จุลินทรีย์
จุลินทรีย์ที่ใช้บำบัดน้ำเสีย มีด้วยกันหลายชนิด ยกตัวอย่างเช่น
- Bacillus spp. ทำหน้าที่ ย่อยอินทรีย์วัตถุให้ได้เป็นก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และ Cell mass
- Nitrosomonas spp. ทำหน้าที่ เปลี่ยนแอมโมเนียที่เป็นพิษให้อยู่ในรูปไนไตรท์
- Nitrobacter spp. ทำหน้าที่ เปลี่ยนไนไตรท์ให้อยู่ในรูปไนเตรท
- Pseudomonas spp. ทำหน้าที่ เปลี่ยนไนเตรทให้อยฆู่ในรูปก๊าซไนโตรเจน และสามารถกำจัดน้ำมัน
- Esherichia spp. ทำหน้าที่ กำจัดน้ำมัน |
 |
รูปแบบของสมุนไพร ที่นำมาใช้ในการผลิตสัตว์มีความสำคัญหรือไม่ อย่างไร |
 |
สมุนไพรที่ตากแห้ง และบดเป็นผงนั้นสารสำคัญยังคงอยู่ในเซลล์ ดังนั้นการดูดซึมจะได้เพียงบางส่วนที่สกัดออกมาในระหว่างอยู่ในกระเพาะอาหาร และลำไส้ ส่วนใหญ่จะขับออกมากับอุจจาระ นอกจากนี้ สมุนไพรมีเส้นใยเป็นส่วนประกอบ การผสมในอาหารสัตว์เกิน 1% จะต้องปรับอัตราอาหารใหม่ มิฉะนั้นจะมีผลกระทบต่อการดูดซึม ผลิตภัณฑ์สมุนไพรที่ได้จากการสกัดสารออกฤทธิ์จะช่วยให้การควบคุมการดูดซึมจะทำได้ดีกว่ามีประสิทธิภาพในการใช้ และมีความปลอดภัยสูงต่อตัวสัตว์ |
 |
เดนคามิกซ์ วามิวิท มีความจำเป็นหรือไม่? |
 |
เนื่องจาก วามิวิท เป็นแหล่งวิตามิน และแร่ธาตุ คล้ายๆ กับพรีมิกซ์ที่ใช้เติมในอาหารแต่สัดส่วนของผลิตภัณฑ์ วามิวิท จะมุ่งเน้นช่วยกระตุ้นระบบสืบพันธุ์ได้ดีกว่าการใช้พรีมิกซ์เพียงอย่างเดียว เนื่องจาก พรีมิกซ์ผลิตเพื่อมุ่งเน้นให้สัตว์สามารถมีชีวิตอยู่ได้อย่างปกติสุข แต่ยังไม่มุ่งเน้นต่อระบบสืบพันธุ์มากนัก เนื่องจากมีต้นทุนการผลิตพรีมิกซ์เป็นตัวกำหนด ส่วน วามิวิท จะมุ่งเน้นส่วนต่อจากพรีมิกซ์คือการกระตุ้นการทำงานระบบสืบพันธุ์ให้ดียิ่งขึ้น |
 |
สวัสดีครับ ผมเป็นเจ้าของฟาร์มไก่เนื้อจำนวน 200,000 ตัว ในฟาร์มมีปัญหาเกี่ยวกับโรคทางเดินหายใจ ไก่ที่ตายในฟาร์ม พบว่ามีหนองในช่องท้อง ผมใช้ยาไทโลซินละลายน้ำให้กินก็ไม่หาย และมีปัญหาการละลายไทโลซินมาก
ผมจึงอยากเรียนถามว่า ผมจะต้องใช้ยาอะไรเพื่อแก้ปัญห |
 |
ยากลุ่มที่สามารถแก้ปัญหาโรคทางเดินหายใจในสัตว์ปีก (CRD) ได้ดี คือ ยาด๊อกซี่ฟาร์ 50% (Doxyfar 50%) ซึ่งเป็นยากลุ่ม Doxycycline ซึ่ง ด๊อกซี่ฟาร์ 50% (Doxyfar 50%) มีจุดเด่นในเรื่องอัตราการใช้ที่ต่ำเพียง 10-20 มก./กก.น้ำหนักตัว และสามารถละลายน้ำได้ดี และมีความคงตัวสูง แม้ว่าจะเป็นน้ำที่มีความกระด้างสูง นอกจากนี้ยาด๊อกซี่ฟาร์ 50% ยังสามารถกระจายไปยังอวัยวะต่างๆ ได้ดี โดยเฉพาะปอด ซึ่งเป็นอวัยวะเป้าหมายที่สำคัญ
|
 |
รูปแบบของสมุนไพรที่นำมาใช้ในการผลิตสัตว์ มีความสำคัญหรือไม่ อย่างไร |
 |
สมุนไพรที่ตากแห้ง และบดเป็นผงนั้น สารสำคัญยังคงอยู่ในเซลล์ ดังนั้นการดูดซึมจะได้เพียงบางส่วนที่สกัดออกมาในระหว่างอยู่ในกระเพาะอาหารลำไส้ ส่วนใหญ่จะขับออกมากับอุจจาระ นอกจากนี้สมุนไพรมีเส้นใยเป็นส่วนประกอบ การผสมในอาหารสัตว์เกิน 1 % จะต้องปรับอัตราใหม่ มิฉะนั้นจะมีผลกระทบต่อการดูดซึม ผลิตภัณฑ์สมุนไพรที่ได้จากการสกัดสารออกฤทธิ์ จะช่วยให้การควบคุมการดูดซึมจะทำได้ดีกว่า มีประสิทธิภาพในการใช้ และมีความปลอดภัยสูงต่อตัวสัตว์ |
 |
การเสริมผลิตภัณฑ์นมละลายน้ำของ Denkavit ร่วมกับอาหารเลียราง ทำให้ลูกสุกรก่อนหย่านมมีประสิทธิภาพดีขึ้นหรือไม่ |
 |
ผลิตภัณฑ์อาหารแทนนมของบริษัท Denkavit มีคุณค่าทางอาหารใกล้เคียงกับนมแม่สุกร จึงเป็นผลิตภัณฑ์อาหารแทนนมที่เหมาะสม และจากการทดลองในเมืองไทยพบว่าสามารถเพิ่มปริมาณการกินได้ถึง 81.54% น้ำหนักหย่านมเพิ่มขึ้น 12.50% และทำให้อัตราการเจริญเติบโตดีขึ้น 33.81% การที่สมรรถภาพการผลิตก่อนหย่านมดีขึ้นนี้จะส่งผลให้การเจริญเติบโต และการพัฒนาของระบบทางเดินอาหารดีขึ้นในช่วงหลังหย่านมอย่างเห็นได้ชัด |
 |
N-FAC 1000 ทดแทนปลาป่นได้ไหม |
 |
N-FAC 1000 สามารถทดแทนปลาป่นได้ เนื่องจากเป็นผลิตภัณฑ์ที่สกัดจากปลาป่นด้วยขบวนการผลิตที่ทันสมัย สมารถคงคุณค่าความเข้มข้นของ UGF (Unidentified Growth Factor) มากกว่าปลาป่น 12 เท่า ซึ่งนำประโยชน์ที่ดีกับสัตว์เพื่อนำไปสร้างกล้ามเนื้อคุณภาพซากที่ดี การเจริญเติบโตเพิ่มขึ้น และสามารถทำให้สูตรอาหารถูกลง ด้วยการปรับสมดุลของโภชนะให้เหมาะสม |
 |
Ovifertin สามารถแก้ไขปัญหาสุกรไม่เป็นสัดได้ดีกว่าการใช้ฮอร์โมนสังเคราะห์รักษาได้ |
 |
เพราะกรใช้ฮอร์โมนสังเคราะห์อาจทำให้สัตว์ดื้อต่อการรักษาได้ในขณะ Ovifertin ซึ่งเป็นสารสกัดจากสมุนไพรหลายชนิดให้ประโยชน์ได้ดังนี้คือ
1. สัตว์สามารถผลิตฮอร์โมนได้เองตามธรรมชาติ
2. เพศเมียมีวงรอบการเป็นสัดเองตามธรรมชาติ
3. ช่วยเหนี่ยวนำการเป็นสัดได้อย่างมีประสิทธิภาพตามโปรแกรมการผสมพันธุ์ในฟาร์ม
4. ช่วยเสริมสร้างสรีรวิทยาในการตั้งท้อง
5.เพศผู้มีการทำงานของระบบสืบพันธุ์ได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
6. ลดปัญหาสัตว์ดื้อต่อรักษา
7. ลดปัญหาการตกค้างจากสารพิษในตัวสัตว์ |
 |
Doxycycline กับ Tylosin ออกฤทธิ์แตกต่างกันอย่างไร? |
 |
Doxycycline ออกฤทธิ์กว้างกว่ายา Tylosin ดังนี้
- Doxycycline ได้ผลดีต่อเชื้อแบคทีเรียแกรมบวก และแบคทีเรียแกรมลบ รวมทั้งเชื้อ Mycoplasma spp.
- Tylosin ออกฤทธิ์ได้เฉพาะ Mycoplasma spp. และแบคทีเรียลบ ยกเว้น Coliform |
 |
การใช้ยา Doxycycline ผสมอาหาร และละลายน้ำให้ผลแตกต่างกันหรือไม่? |
 |
การใช้ยากลุ่ม Tetracycline (CTC, OTC, DOX) ในการผสมอาหารจะให้ผลการใช้ลดลง และเกิดผลกระทบต่อสัตว์มากกว่าการใช้แบบละลายน้ำ เนื่องจากยากลุ่ม Tetracycline จะเกิดการ Chetation กับแร่ธาตุกลุ่มแคลเซียม แมกนีเซียมได้ง่าย ซึ่งถ้าใช้ผสมอาหารก็จะทำให้การสร้างกระดูกมีผลกระทบได้ ดังนั้นการใช้ยาในกลุ่มนี้ควรเลือกใช้ยาละลายน้ำที่มีคุณสมบัติในการละลายน้ำที่ดี เพื่อการออกฤทธิ์ที่สมบูรณ์ และไม่มีผลต่อการสร้างกระดูกของสัตว์ |
 |
ทำไม ผลิตภัณฑ์ขเงเดนคาวิท (Denkavit) จงมีความคุ้มค่ากับการลงทุน |
 |
1. การเลือกใช้วัตถุดิบที่มีประโยชน์ ไม่มีสารพิษที่จะส่งผลกระทบต่อการพัฒนาการของลำไส้ของลูกสุกร โดยการเลือกใช้วัตถุดิบที่ใช้ในอุตสาหกรรมอาหารคน (Food grade)
2. มีการลงทุนทดลอง เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ตรงกับความต้องการของสุกร อัตราการกินได้ของสุกรแต่ละภูมิภาค
3. มูลค่าของผลิตภัณฑ์นม Denkavit มีราคาถูกเมื่อเทียบกับการเจริญเติบโต และสุขภาพที่ดีของลูกสุกร |
 |
Cenzyme คืออะไร และมีความสำคัญอย่างไร |
 |
Cenzyme คือ ผลิตภัณฑ์เอนไซม์รวม 9 ชนิด เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพการย่อยวัตถุดิบอาหารสัตว์ เพราะในวัตถุดิบอาหารสัตว์ประกอบไปด้วยแป้ง โปรตีน ไขมัน เยื่อใย และสารโพลีแซคคาไรด์ที่ไม่ใช่แป้ง (Non Starch Polysaccharide; NSP) ซึ่ง NSP เหล่านี้จะดูดซับน้ำ และเปลี่ยนเป็นยางเหนียวๆ ในลำไส้ แล้วไปขัดขวางไม่ให้สารอาหารอื่น ๆ ถูกย่อยโดยเอนไซม์อีกทั้งสัตว์กระเพาะเดี่ยวไม่สามารถผลิตเอนไซม์มาย่อยได้
ดังนั้นการเสิรม Cenzyme ในอาหารสัตว์จึงช่วยเพิ่มการใช้ประโยชน์จากอาหารได้สูงสุด |
 |
การใช้สารสกัดจากยัคคาอย่างเดียวลดแอมโมเนียได้ดีจริงหรือ |
 |
การใช้สารสกัดจากยัคคาอย่างเดียวสามารถลดระดับแอมโมเนียได้น้อยกว่าการใช้สารสกัดจากยัคคาร่วมกับการใช้จุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ และปัจจุบันมีการใช้สารสกัดยัคคาร่วมกับการใช้จุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ และเอนไซม์ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ กายย่อยได้ และลดก๊าซแอมโมเนียได้อย่างประสิทธิภาพมากขึ้น |
 |
เมื่อเปรียบเทียบประสิทธิภาพการจับสารพิษจากเชื้อราระหว่าง MOS กับ HSCAS เหมือนหรือต่างกันอย่างไร ? และอะไรดีกว่ากัน ?
|
 |
สารดูดซับสารพิษจากเชื้อราชนิดแมนแนนโอลิโกแซคคาร์ไรด์ (Mos) มีประสิทธิภาพดีกว่า HSCAS เพราะ
- แมนแนนโอลิโกแซคคาร์ไรด็ (MOS) สามารถจับสารพิษจากเชื้อราได้ทั้งกลุ่มมีประจุ และไม่มีประจุ จึงจับเชื้อราได้ครอบคลุมมากกว่า อัตราการใช้เพียง 0.5-2 กิโลกรัม/ตันอาหาร
- กลุ่ม HSCAS สามารถจับสารพิษจากเชื้อราได้เพียงกลุ่มที่มีประจุเท่านั้น และต้องใช้ถึง 5-10 กิโลกรัม/ตันอาหาร จึงจะจับสารพิษจากเชื้อราชนิดมีประจุได้ใกล้เคียงกับ MOS
|
 |
จะมีวิธีการป้องกันเชื้อดื้อยาได้อย่างไร |
 |
วิธีการใช้ยาปฏิชีวนะผสมอาหารเพื่อป้องกันโรคในสุกร ทั่วไปมีหลักการดังต่อไปนี้
1. ควรใช้ยาในระยะเวลาสั้น ๆ เช่น อาจให้ติดต่อกัน 3-5 วัน ซึ่งการให้นั้นจะให้ในช่วงที่มีการเปลี่ยนรุ่นสุกร
2. ควรมีการเปลี่ยนกลุ่มทุก 2-3 เดือนต่อตัวยา 1 ตัว เพื่อไม่ให้เชื้อโรคเกิดการเปลี่ยนแปลงแล้วเกิดการดื้อยาตามมา |
 |
การใช้ยาผสมอาหารในขนาดป้องกันให้สุกรกันเป็นเวลานาน ๆ จะมีผลอย่างไร |
 |
ปัจจุบันมีการใช้ยาปฏิชีวนะผสมอาหารเพื่อป้องกันการเกิดโรคในสุกรกันอย่างแพร่หลาย ซึ่งเป็นการใช้ในระยะเวลาที่นาน (ประมาณ 14-21 วัน บางครั้งอาจใช้ 30 วัน) และใช้ยาตัวเดิมนั้นนาน ๆ แน่นอนผลที่ตามมา คือ การดื้อยาของเชื้อโรค ซึ่งถ้าเกิดการดื้อยาขึ้นแล้วการที่จะหายาตัวอื่นมาใช้ทดแทนนั้นก็จะลำบากมากขึ้น เพราะยาแต่ละตัวก็จะมีวัตถุประสงค์ในการรักษาที่แตกต่างกันไป |
 |
ข้อดี-ข้อเสียของการให้ยาแบบละลายน้ำ และผสมอาหาร มีอะไรบ้าง
|
 |
แบบละลายน้ำ
ข้อดี การใช้ยาละลายน้ำต้องเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีความสามารถในการละลายได้ดี และสามารถคงความเข้ม ข้นของยาได้ดี ซึ่งจะทำให้สัตว์ได้รับยาเข้าไปครบตามที่ร่างกายสัตว์ต้องรับ
ข้อเสีย เนื่องจากระบบการให้น้ำในฟาร์มเลี้ยงสุกรในประเทศไทย ยังไม่พัฒนาเท่าระบบการเลี้ยงไก่ ดังนั้นจะต้องมีการพัฒนาระบบการให้น้ำในการเลี้ยงสุกร
แบบผสมอาหาร
ข้อดี ง่าย และสะดวกในการให้
ข้อเสีย เมื่อสัตว์ป่วย หรือเครียด สัตว์จะไม่ค่อยกินอาหารแต่จะกินน้ำมากกว่า ดังนั้นจึงทำให้สุกรได้รับยาไม่ครบตามที่ร่างกายต้องได้รับ |
 |
ผลิตภัณฑ์สารสกัดจากสมุนไพรที่ผลิต บ. Indian Herbs ประกอบด้วยผลิตภัณฑ์อะไรบ้าง และมีสรรพคุณอย่างไร |
 |
Animon สมุนไพรควบคุมปัญหาระบบทางเดินหายใจ
Gutmotil สมุนไพรเพื่อการทำงานของลำไส้ให้เป็นปกติ
Ovifertin สมุนไพรปรับปรุงระบบสืบพันธุ์
Magacal สมุนไพรควบคุมสมดุลแร่ธาตุ
Meboliv สมุนไพรบำรุงตับ และกระตุ้นการเผาผลาญอาหาร
Nephtone สมุนไพรบำรุงไต |
 |
จะมีความมั่นในได้อย่างไรในการเลือกใช้สมุนไพรผสมลงในอาหารสัตว์ |
 |
การได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการอาหาร และยา ซึ่งผลิตภัณฑ์สารสกัดจากสมุนไพรที่ผลิตโดย บ. Indian Herbs ได้รับการขึ้นทะเบียนตำรับยาแผนโบราณ (นำหรือสั่งเข้ามาในราชอาณาจักร) |
 |
ทำไมจึงต้องใช้ยาละลายน้ำ |
 |
เมื่อสัตว์ป่วยสัตว์จะไม่สามารถกินอาหารได้ตามปกติ แต่ยังสามารถกินน้ำได้ ดังนั้นการที่สัตว์จะได้รับยาครบตามขนาดที่แนะนำเพื่อรักษาให้สัตว์หายป่วยนั้นจึงจำเป็นต้องใช้ยาที่สามารถละลายน้ำได้ดีและมีความคงตัวสูง สำหรับฟาร์มที่มีการให้น้ำแบบระบบท่อนั้นก็จะไม่พบปัญหาการอุดตันของจุ๊บน้ำ แล้วสัตว์ก็จะได้รับยาครบตามขนาดที่กำหนด |
 |
Animon เป็นพืชสมุนไพรที่มีกลไกการป้องกันและขจัดปัญหาระบบทางเดินหายได้อย่างไร |
 |
1. บรรเทาอาการไอโดยการออกฤทธิ์ยับยั้งแบบไม่เฉพาะต่อ acetylcholine, histamine และ 5- hydroxyhistamine 2. ยับยั้งการทำงานของเชื้อไวรัส ซึ่งมีผลต่อจุลินทรีย์ แกรมบวก และแกรมลบ 3. มีผลต่อการเปลี่ยนแปลง histamine และ acetylcholine ในหลอดลม ส่งผลต่อการขยายตัวของหลอดเลือด 4. ต้านการอักเสบ ช่วยลดความเจ็บปวด 5. ลดการบวมน้ำ ปกป้องเซลล์ตับ ลดรอยโรคในตับ |
 |
Gutmotil เป็นพืชสมุนไพรสกัดที่มีสรรพคุณในการป้องกัน และรักษาโรคท้องเสียได้อย่างไร |
 |
1. ช่วยป้องกันลำไส้หดเกร็ง ทำให้ลำไส้มีขบวนการย่อยได้เป็นปกติ 2. เป็นตัวแย่งจับกับตัวรับของทอกซิน บนผนังเซลล์ด้านในของลำไส้เล็กทำให้เชื้อโรคไม่สามารถทำลายลำไส้เล็กได้ 3. มีสารที่เคลือบผิวของจุลินทรีย์เชื้อโรค ทำให้เชื้อโรคไม่สามารถจับผนังลำไส้เล็กได้ 4. มีส่วนประกอบที่เป็นตัวจำกัดการเพิ่มของจุลินทรีย์เชื้อโรคในลำไส้ 6. เป็นโคแฟกเตอร์ที่จำเป็นต่อการเจริญของแบคทีเรียที่เป็นประโยชน์ |
 |
Gutmotil ใช้ป้องกันและรักษาอาการท้องเสียที่เกิดจากเชื้อโรค ได้แก่ โรคอะไรบ้าง |
 |
โรคบิดมูกเลือด, โรคโคลัยบาซิโลซิส, ซํลโมเนลโลซิส, โรคทีจีอี, โรคอหิวาต์สุกร, การติดเชื้อ Clostridium spp. เป็นต้น |
 |
BIO HOGROW คืออะไร |
 |
คือ ผลิตภัณฑ์จากสารสกัดลำไส้สุกร (Porcine intestine mucosa) ซึ่งเป็นเปปไทด์สายสั้น ให้กรดอะมิโนที่สมบูรณ์และเป็นโปรตีนสะอาด ย่อยง่าย นำไปใช้ประโยชน์ได้ดี ให้ผลเทียบเท่า หรือดีกว่า พลาสมาโปรตีน ให้ผลดีกว่าหางเนยผง และมีความน่ากินสูง ส่งผลต่อประสิทธิภาพการใช้อาหารดีขึ้น, ลูกสุกรโตเร็ว, ระยะเวลาขุนถึงส่งขายสั้นลง และเพิ่มผลผลิตและผลกำไร ผลิตโดย บริษัท BIO-LIVESTOCK INTERNATIONAL ประเทศสหรัฐอเมริกา |
 |
Bambermycin มีคุณสมบัติอย่างไรบ้าง |
 |
1. มีความคงตัวสูงสามารถผสมอาหารและเก็บไว้ได้นาน 2. ไม่พบการตกค้าในเนื้อสัตว์ ไม่เกิดการดื้อยาระหว่างกลุ่ม และสามารถใช้ร่วมกับยาปฏิชีวนะกลุ่มอื่น ๆ รวมทั้งสารเร่งการเจริญเติบโต วิตามินและแร่ธาตุได้ |
 |
Bambermycin เร่งการเจริญเติบโตได้อย่างไร |
 |
ในสุกรและสัตว์ปีก : ช่วยลดจุลินทรีย์ก่อโรค ทำให้ผนังลำไส้มีความหนาลดลงช่วยให้การดูดซึมสารอาหารและน้ำเพิ่มขึ้น ช่วยให้สัตว์สามารถใช้ประโยชน์จากอาหารที่กินเข้าไปไดเต็มที่และยังช่วยลดโอกาสการเกิดโรคบิดในสัตว์ได้ด้วย นอกจากนี้ยังช่วยรักษาสมดุลของจุลินทรีย์ที่ผลิตกรดแลคติกเพื่อให้ระบบทางเดินอาหารมี pH ที่ 4 5 ซึ่งสามารถป้องกันการเจริญเติบโตของเชื้อจุลินทรีย์ก่อโรคได้ - ในสัตว์เคี้ยวเอื้อง : ช่วยเพิ่มจุลินทรีย์ที่ย่อยเยื่อใยเพื่อให้การย่อยสลายเยื่อใยเร็วขึ้นถึง 15% ทำให้สัตว์นำอาหารที่กินเข้าไปไม่ใช้ประโยชน์ได้เร็วขึ้น |
 |
Bambermycin คืออะไร |
 |
Bambermycin หรือ Flavophospholipol เป็นยาปฏิชีวนะที่แยกได้จากเชื้อรากลุ่ม Streptomyces spp. ซึ่งนิยมนำมาใช้เพื่อเป็นสารเร่งการเจริญเติบโต (growth promotor) ในวงการปศุสัตว์ และ EU ให้การยอมรับ |
 |
ควรใช้ Ovifertin เมื่อไหร่ |
 |
สุกรสาว : ผสม Ovifertin ในอาหาร 10 กรัม วันละครั้งติดต่อกัน 3 วัน ถ้าไม่ แสดงอาการเป็นสัด ภายใน 10 วัน ควร ให้ซ้ำอีกครั้ง แม่สุกร : ให้ Ovifertin วันแรกของการหย่านม ควรให้ขนาด 20 กรัม/วัน จากนั้นให้ขนาด 10 กรัม/วัน ติดกัน 3 วัน ให้ซ้ำถ้าต้องการหลังจากนั้น 10 วัน โคนม กระบือ : ให้ Ovifertin วันละครั้ง ติดกัน 3 วัน โดยเริ่มให้ที่ 40 วัน หลังคลอดลูก แกะ แพะ : ให้ Ovifertin วันละ 10 กรัม ติดกัน 3 วัน ที่ 3 สัปดาห์หลังจากคลอดลูก ถ้าสัตว์ไม่แสดงอาการเป็นสัด ให้ใช้ Ovifertin ซ้ำในขนาดกว่าเดิม หลังจากนั้น 10 วัน |
 |
Ovifertin เป็นสารสกัดสมุนไพร ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของระบบสืบพันธุ์เพศเมียได้อย่างไร |
 |
Ovifertin มีผลต่อการกระตุ้นกลไกสมองส่วน Hypothalamus และต่อมใต้สมองส่วนหน้า ให้เกิดการหลั่ง Follicle stimulating hormone (FSH) ส่งผลต่อการทำงานของรังไข่ ให้มีการผลิตฮอร์โมนเอสโตรเจน (estrogen) ทำให้เหนี่ยวนำการเป็นสัด นอกจากนั้น สารสำคัญใน Ovifertin มีกรดไขมันชื่อ Tri enoic acid ซึ่งเป็นสารตั้งต้นในการผลิตโพรสตาแกลนดิน (Prostaglandin) ส่งผลให้รังไข่ทำหน้าที่ได้ตามปกติ และเหนี่ยวนำให้เกิดการเป็นสัดและตกไข่ มีประโยชน์ในด้านการจัดโปรแกรมการควบคุมภายหลังคลอด และการจัดการก่อนการเป็นสัด |
 |
Doxyfar 50% ออกฤทธิ์อย่างไรและช่วยรักษาโรคอะไรในสุกรและสัตว์ปีก |
 |
เนื่องจาก Doxyfar 50% ประกอบด้วยตัวยา Doxycycline ซึ่งเป็นยาที่ออกฤทธิ์ได้วงกว้างและต้านเชื้อจุลชีพได้สูงกว่ายา tetracycline ตัวอื่น ๆ สำหรับ Doxycycline เป็นยาปฏิชีวนะลำดับแรกที่เลือกใช้โรคในสุกรและสัตว์ปีกดังต่อ ไปนี้ สุกร 1. โรคโพรงจมูกอักเสบ จากเชื้อ Pasteurella multocida และ Bordetella bronchiseptica 2. โรคปอดอักเสบ จากเชื้อ Mycoplasma hyopneumoniae 3. โรคปอดและเยื่อหุ้มปอดอักเสบ จากเชื้อ Actinobacillus pleuropneumonia 4. โรคอดีโนมาโตซิสในลำไส้ จากเชื้อ Lawsonia intracellularis
สัตว์ปีก 1. ไซนัสอักเสบ, หลอดลมอักเสบและถุงลมอักเสบ จากเชื้อ Mycoplasma spp. 2. โรคโพรงจมูกและหลอดลมอักเสบในไก่งวง จากเชื้อ Bordetella avium 3. โรคหวัดหน้าบวม จากเชื้อ Haemophillus paragallinarum 4. โรคทางเดินหายใจเรื้อรังและโรคเนื้อเยื่ออักเสบ จากเชื้อ Mycoplasma spp. และ E.coli 5. โรคช่องท้องอักเสบ จากเชื้อ Pasteurella multocida โรคข้ออักเสบ จากเชื้อ Pasteurella multocida และ Mycoplasma synoviae |