เอนไซม์ และการเลือกใช้.....สำคัญแค่ไหน
การให้อาหารโครีดนม
การแพร่กระจายและผลกระทบต่อทางเดินหายใจของเชื้อมัยโคพลาสมา ไฮโอนิวโมเนีย
Bypass protein (ตอนจบ)
Bypass protein (ตอนที่ 4)
Bypass protein (ตอนที่ 3) หน้าสุดท้าย
Bypass protein (ตอนที่ 3) ต่อ
Bypass protein (ตอนที่ 3)
Bypass protein (ตอนที่ 2)
Bypass protein (ตอนที่ 1)
แนวทางการควบคุมโรคระบบทางเดินหายใจในไก่เนื้อ
การสำรวจปริมาณสารพิษจากเชื้อรา (ต่อ)
การสำรวจปริมาณสารพิษจากเชื้อรา เรื่อง กลุ่ม Fusarium (Deoxynivalenol) ในวัตถุดิบอาหารสัตว์ (ตอนที่2)
บทความปัญหาเสถียรภาพราคาสุกรตกต่ำ
คำแนะนำการใช้สารเร่งการเจริญเติบโตในการผลิตสัตว์เศรษฐกิจ
ยีสต์และชนิดของยีสต์...ประสิทธิภาพที่แตกต่าง
การผลิตเนื้อโคของสหภาพยุโรป
ความทนทานต่อสิ่งแวดล้อมของไวรัสไข้หวัดนก ในมุมมองของผู้เชี่ยวชาญ
การทดลอง N - FAC 1000 ในโคเนื้อ
การทดสอบประสิทธิภาพของ TECNAROMA HERBAL ต่อฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ
ข้อได้เปรียบของการให้อาหารแทนนม (นมละลายน้ำ Denkapig)
ความทนทานต่อสิ่งแวดล้อมของไวรัสไข้หวัดนก ในมุมมองของผู้เชี่ยวชาญ
การเสริมซีลีเนียมอินทรีย์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพระบบสืบพันธุ์และปรับปรุงคุณภาพซาก
Indian Herbs สารสกัดเข้มข้นจากพืชสมุนไพร (ทางเลือกที่ปลอดภัยของยารักษาสัตว์)
ความสำคัญของการเลือกใช้สมุนไพรในการผลิตสัตว์
ฮอร์โมนออกซิโตซินกับการผสมเทียม
ข้อมูลปัจจุบันในเอเชียต่อความก้าวหน้าของ PMWS (An Asian update on the progress of PMWS)
การกำจัดฝุ่นในโรงงานอาหาร Killing dust in the feed mill
3 สัปดาห์วิกฤตของลูกสุกร
การเลือกผลิตภัณฑ์นมโคสำหรับลูกสุกร
 
 
 
เอนไซม์ และการเลือกใช้.....สำคัญแค่ไหน

เอนไซม์และการเลือกใช้ .......สำคัญแค่ไหน

โดย คุณศรัณยา  ดอนหงษ์ไพร 

นักวิชาการ บริษัท เอ ไอ พี จำกัด

 

                การย่อยและการดูดซึมอาหารของสัตว์เป็นขบวนการที่สำคัญในการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพ ทางเคมี และทางชีวเคมีของอาหารให้อยู่ในสภาพที่ร่างกายสามารถดูดซึมนำไปใช้ประโยชน์ต่อไป และชนิดของอาหารที่สัตว์ได้รับมีความแตกต่างกัน นับตั้งแต่ชนิดของวัตถุดิบอาหารสัตว์ องค์ประกอบทางเคมี คุณลักษณะทางฟิสิกส์และขนาดของวัตถุดิบ โดยทั่วไปอาหารประกอบด้วยสารอาหารสำคัญๆ ได้แก่ โปรตีน ไขมัน คาร์โบไฮเดรท ไวตามิน และแร่ธาตุ ซึ่งการนำอาหารไปใช้ประโยชน์ได้มากน้อยแค่ไหนขึ้นอยู่กับประสิทธิภาพในการย่อย การดูดซึมอาหาร

                กระบวนการในการย่อยสามารถแบ่งได้เป็น 3 กระบวนการหลัก คือ

1.     กระบวนการทางกล (mechanical digestion) : การบดตัดชิ้นอาหารให้เล็กลงด้วยฟันและการหดบีบตัวของกล้ามเนื้อผนังทางเดินอาหาร

2.     กระบวนการทางเคมี (chemical digestion) : การย่อยอาหารให้มีขนาดเล็กลงด้วยการทำงานของเอนไซม์ ซึ่งจำเพาะต่อชนิดของอาหาร

3.     กระบวนการทางจุลินทรีย์ (microbial fermentation) : จุลินทรีย์ผลิตเอนไซม์ที่ร่างกายสัตว์ไม่สามารถผลิตมาใช้ในการย่อยอาหารบางชนิดได้ เช่น อาหารจำพวกเยื่อใย (cellulose, hemicellulose) แต่ในสัตว์กระเพาะเดี่ยว เช่นสุกรและสัตว์ปีก ปฏิกิริยาของจุลินทรีย์นี้จะเกิดในลำไส้ใหญ่ ดังนั้นการได้ประโยชน์จากขบวนการหมักของจุลินทรีย์ในสัตว์กระเพาะเดี่ยวจึงมีน้อยมาก เนื่องจากสารอาหารที่ได้จากการหมักไม่สามารถดูดซึมผ่านลำไส้ใหญ่เข้าไปในร่างกายได้

อย่างไรก็ตามอาหารที่ประกอบขึ้นมาเพื่อใช้เลี้ยงสัตว์กระเพาะเดี่ยวนั้นมีวัตถุดิบอาหารที่หลากหลายจึงทำให้ในอาหารมีองค์ประกอบของสารอาหารที่หลากหลายตามไปด้วย โดยเฉพาะองค์ประกอบของสารเยื่อใยจากวัตถุดิบอาหารจากพืช การใช้ประโยชน์จากสารเยื่อใยเหล่านี้หรือการทำให้สารเยื่อใยดังกล่าวเกิดผลเสียต่อขบวนการย่อยอาหารในภาพรวมได้น้อยที่สุดจึงเป็นความสำคัญอย่างยิ่งต่อประสิทธิภาพของอาหารในการเสริมสร้างสมรรถภาพการผลิตและเป็นการลดต้นทุนการผลิตสัตว์ในส่วนของอาหารและสุขภาพของสัตว์อีกด้วย

ส่วนลูกสัตว์ เช่นลูกสุกร ตั้งแต่แรกเกิดไปจนกระทั่งอายุ 5 สัปดาห์จะมีความเข้มข้นและการทำงานของน้ำย่อยในระบบทางเดินอาการแตกต่างจากสุกรที่โตเต็มที่แล้ว เช่น เปปซิน อัลฟ่าอะไมเลส มอสเทส และซูเครสจะต่ำ ขณะที่ปริมาณเอนไซม์แลคเทสในตอนแรกจะสูง และเริ่มลดลงเมื่อสัตว์เจริญเติบโตขึ้น  (ดูรูปที่ 1 ด้านล่าง)

ที่มา : www.admani.com/.../images/PostWeanEnzymeDev.gif.

 

ขบวนการย่อยอาหารของสัตว์กระเพาะเดี่ยวที่สำคัญๆ สามารถจำแนกออกเป็น 4 ส่วน ตามชนิดปริมาณของสารอาหารที่ปรากฏอยู่ในอาหารได้แก่ โปรตีน ไขมัน แป้งและเยื่อใย ทั้งนี้การย่อยของสารอาหารชนิดต่างๆ  นี้ต้องอาศัยการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพ เคมี และชีวเคมี โดยเฉพาะอย่างยิ่งการทำงานของเอนไซม์ในกระบวนการทางเคมี

เอนไซม์ คือ โปรตีนกลุ่มหนึ่งที่มีหน้าที่พิเศษแตกต่างจากโปรตีน และ
มหชีวโมเลกุลทั่วไป และเอนไซม์มีความจำเพาะต่อสารที่ทำปฏิกิริยาซึ่งเรียกว่าซับสเตรท (
substrate) และสามารถเร่งปฏิกิริยาโดยเอนไซม์ไม่เปลี่ยนเป็นผลิตภัณฑ์อื่น (ปราณี, 2547)

 

อาหารเยื่อใย

ในวัตถุดิบอาหารสัตว์ส่วนที่ทนต่อการย่อยของเอนไซม์ได้แก่ พวกเยื่อใยต่างๆ สารเยื่อใย (dietary fiber) ประกอบไปด้วยสารจำพวกโปลีแซคคาไรด์ (polysaccharides) และลิคนิน (lignin) ที่ระบบทางเดินอาหารไม่สามารถย่อยนำไปใช้ประโยชน์ได้ โดยทั่วไปสารเยื่อใยที่พบในอาหารจะมาจากส่วนของผนังเซลพืช (plant cell wall) เป็นส่วนใหญ่ สารเยื่อใยที่พบในปริมาณที่สุงในอาหารประกอบไปด้วย เซลลูโลส (cellulose) เฮมิเซลลูโลส (hemicellulose) เบต้า-กลูแคน (ß-glucan) และเป็คติน (pectins) ในขณะที่พวก ลิคนิน (lignin) และกัมส์ (gums) ถูกพบในปริมาณที่น้อย (เสกสม,2544) ซึ่งในสัตว์กระเพาะเดี่ยวไม่มีเอนไซม์ที่ย่อยโครงสร้างเหล่านี้ได้ ส่วนใหญ่จึงต้องอาศัยจุลินทรีย์ในลำไส้ใหญ่ ซึ่งทำได้อย่างจำกัด ผลจากการย่อยแป้งหรือเยื่อใยจากจุลินทรีย์จะได้ volatile fatty acid (acetate, butyrate และ propionate) ซึ่งไม่ใช่น้ำตาล  (ดูรูปที่ 2 ด้านล่าง)

 ตารางแสดงชนิดของเอนไซม์สารซับสเตรทและผลผลิตที่ได้จากการทำงานของเอนไซม์

ชนิดของเอนไซม์

ซับสเตรท

ผลผลิต

amylase

amylose

น้ำตาล maltose

lactase

lactose

น้ำตาล glucose และ galactose

cellulase

cellulose

volatile fatty acid

hemicellulase

hemicellulose

น้ำตาล xylose, mannose, galactose และ glucose

Beta-glucanase

Beta-glucan

น้ำตาล xylose, mannose arsbinose และ  ribose

Xylanase

Xylan

น้ำตาล xylose และ glucose

Phytase

Phytate

ฟอสฟอรัสอิสระ และแร่ธาตุสำคัญชนิดต่างๆ (Ca2+,Zn2+,Mg2+,Fe2+ etc) ที่เกาะกับโครงสร้างของ phytate

Protease

Protein แบบโครงสร้างปฐมภูมิ

กรดอะมิโน

lipase

Triglycerides

glycerol และ fatty acid

 

ปัจจัยที่มีผลต่อการทำงานของเอนไซม์

(www.coolschool.ca/lor/bi12/unit7/u07l03.htm)

1.       ชนิดของสารที่เอนไซม์ไปควบคุมปฏิกิริยา

2.       ความเข้มข้นของสับสเตรทเปลี่ยนตามอัตราการเกิดปฏิกิริยาของเอนไซม์

3.       ความเข้มข้นของเอนไซม์ เปลี่ยนตามอัตราการเกิดปฏิกิริยาของเอนไซม์

4.     ความเป็นกรด-เบสของสารละลายส่วนมากเอนไซม์จะทำงานได้ดีในช่วง pH เป็นเบสเล็กน้อย แต่อย่างไรก็ตามเอนไซม์จะเร่งปฏิกิริยาให้เกิดเร็วในช่วง pH ใดก็ขึ้นอยู่กับชนิดของสับสเตรทนั้นๆ

5.     อุณหภูมิ อุณหภูมิที่ 37°C เป็นอุณหภูมิที่เอนไซม์ส่วนใหญ่ทำงานได้ดี อุณหภูมิสูงเกินไปจะทำให้การทำงานของเอนไซม์เสื่อมไป เพราะเอนไซม์เป็นโปรตีนเมื่ออุณหภูมิเอนไซม์ถูกทำลาย

6.       สารยับยั้งปฏิกิริยาของเอนไซม์ สารบางชนิดเมื่อรวมตัวเอนไซม์จะทำให้ เอนไซม์ทำงานช้าลง หรือหยุดทำงานได้

7.     สารกระตุ้นเอนไซม์บางชนิดต้องการไอออนพวกอนินทรีย์เป็นตัวกระตุ้นจึงจะเกิดการทำงานและเกิดอัตราการเกิดปฏิกิริยาเร่งได้ (ดูรูปที่ 3 ด้านล่าง)

 

จากกระบวนการย่อยของสารอาหารที่สำคัญไม่ว่าจะเป็นโปรตีน ไขมัน แป้ง และสารเยื่อใยจะพบว่ามีปัจจัยต่างๆ มากมายเกี่ยวข้องในแต่ละขบวนการที่จะส่งผลถึงประสิทธิภาพของการย่อยชนิดและปริมาณของเอนไซม์ก็เป็นปัจจัยหนึ่งที่มีความสำคัญโดยเฉพาะอย่างยิ่งในการย่อยสารเยื่อใยที่มีโครงสร้างทางเคมีและกายภาพที่สลับซับซ้อน ซึ่งการย่อยสารเยื่อใยในสัตว์กระเพาะเดี่ยวไม่สามารถเกิดขึ้นได้เนื่องจากในระบบทางเดินอาหารของสัตว์ไม่สามารถสังเคราะห์เอนไซม์ที่เหมาะสม

 

ข้อควรระวังในการเสริมเอนไซม์ในอาหารสัตว์ (เสกสม, 2544)

การเสริมเอนไซม์ในอาหารสัตว์ถึงแม้ว่าโดยทฤษฏีจะก่อให้เกิดประโยชน์แก่ตัวสัตว์อย่างมากก็ตาม แต่ก็มีข้อควรระวังในการปฏิบัติเช่นกัน

1. ต้องรู้ว่าเอนไซม์ที่จะใช้นั้นมีเอนไซม์อะไรบ้าง เป็นองค์ประกอบและมีอยู่ในปริมาณเท่าไร เนื่องจากความจำเพาะเจาะจงของเอนไซม์ต่อสารที่จะถูกย่อย

2. ต้องรู้องค์ประกอบของอาหารว่ามีสารที่เอนไซม์สามารถย่อยได้อยู่มากน้อยเท่าไร เพื่อกำหนดการใช้เอนไซม์ให้ตรงกับสารที่มีอยู่ในอาหาร

3. เนื่องจากเอนไซม์มีความสามารถในการทำงานขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม จึงควรรู้คุณสมบัติของเอนไซม์ที่จะใช้ว่าชอบทำงานในสภาพแวดล้อม (ความเป็นกรด-ด่าง) อย่างไร

4. เนื่องจากเอนไซม์เป็นสารโปรตีนจึงถูกสลายโครงสร้างด้วยความร้อน ดังนั้นต้องรู้ว่าเอนไซม์ที่จะใช้ นั้นมีคุณสมบัติในการทนต่อความร้อนที่เกิดขึ้นในขบวนการผสมอาหารหรือไม่

5. ราคาของเอนไซม์คุ้มค่าต่อการเพิ่มประสิทธิภาพของอาหารหรือไม่

 

ดังนั้นการใช้เอนไซม์ที่หลากหลายชนิดและมีปริมาณ เหมาะสมกับวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตอาหารสัตว์ รวมทั้งคุณสมบัติในความทนทานต่อปัจจัยแวดล้อมทั้งในเรื่องสภาพ pH ความร้อน จึงมีความสำคัญในการคัดเลือกเอนไซม์เพื่อให้ได้ประโยชน์สูงสุด

 

เอกสารอ้างอิง

 

ปราณี อ่านเปรื่อง. 2547.  เอนไซม์ทางอาหาร. สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, กรุงเทพฯ.

 

เสกสม อาตมางกูร.  2544.  เทคนิคการผลิตอาหารสัตว์ขั้นสูง.  เอกสารประกอบการฝึกอบรมเทคนิคการผลิตอาหารขั้นสูง.  ภาควิชาสัตวบาล คณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กำแพงแสน นครปฐม.